Q & A คำถามที่พบบ่อย

 

1. พิษงู.. ทำไมชื่อน่ากลัวจัง ทำจากพิษงูจริงๆ รึเปล่าคะ?

ตอบ ไม่น่ากลัวค่ะพิษงูเป็นสารสกัดนวัตกรรม ที่ได้รับรางวัลระดับโลก Swiss Technology Award ในกลุ่ม Anti-Aging ที่มีเอกสารยืนยันอย่างชัดเจนจากต่างประเทศว่าใช้สารสกัดตัวนี้ครบ28 วัน ริ้วรอยจะลดลง 30% และหน้าจะเต่งตึงขึ้น ดูเด็กลงแบบชัดเจน

2. ครีมผลิตมาจากที่ไหน?

ตอบ สูตรมาจากประเทศญี่ปุ่นค่ะ ส่วนสารสกัดในครีมนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมดโดยเฉพาะพิษงูนำเข้าจากสวิสเซอร์แลนด์ แต่มาบรรจุในประเทศไทยเพราะถ้าผลิตในต่างประเทศต้นทุนจะสูงมากๆ ค่ะ

3. ใช้แล้วเห็นผลในกี่วัน?

ตอบ เห็นผลในคืนแรกจากมาส์กข้ามคืนที่จะทำให้สิวยุบและปรับผิวหน้าให้เนียนใสขึ้นแต่เมื่อบำรุงไปสัก 2-3 วัน จะเห็นได้ว่าผิวหน้าดีขึ้นและจะค่อยๆดีขึ้นแบบชัดเจนภายใน 7-10 วันค่ะ

***ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่บุคคล***

4. ครีมพิษงู เซตนี้ช่วยอะไรบ้าง?

ตอบ ช่วยทุกปัญหาเลยค่ะ

– สิวทุกชนิด สิวเสี้ยน สิวอักสบสิวอุตัน

– ลดความมันบนใบหน้า

– หน้าไม่เรียบเนียน

– หน้าไม่ขาว ใส

– ผิวโทรม ดูแก่ก่อนวัย

– รูขุมขนใหญ่ หลุมสิว ผิวขรุขระเป็นผิวมะกรูด

– ริ้วรอย รอยตีนกา ผิวหน้าไม่กระชับ

**ยกเว้นผิวหน้าที่แพ้ หรือระคายเคืองจากครีมอื่นๆมาช่วยไม่ได้นะคะ เพราะครีมของเราไม่ใช่ยา ต้องไปพบแพทย์เพื่อรักษาค่ะ**

5. ใช้ร่วมกับครีมอื่นได้มั้ย?

ตอบ ได้ค่ะ แต่แนะนำว่า ใช้เพียงของเราอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วครอบคลุมทุกปัญหาผิว เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละตัวทำงานไม่เหมือนกันค่ะ เช่น

สบู่     – ช่วยลดสิว ลดปัญหาผิวมันได้อย่างเห็นผลชัดเจน

โฟม   – เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวแห้งทำให้ใบหน้าชุ่มชื้นนุ่มนวล

เซรั่ม  – เน้นลดริ้วรอยทำให้หน้าเต่งตึง ปรับผิวขาวใส แบบอมชมพู

ครีม   – เช่วยให้ใบหน้าเรียบเนียนกระชับรูขุมขน  เรียกเนื้อหลุมสิว  ปรับหน้าให้ขาวใสอมชมพู

มาส์ก – หน้าขาวใส เด้ง ลดสิวและผดผื่น หน้าเรียบเนียนในทันทีที่ตื่น

 6. แพ้ง่ายใช้ได้ไหม?

ตอบ จริงๆ แล้วครีมของเราทำมาให้คนที่ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ค่ะซึ่งคนที่ผิวแพ้ง่ายมากๆ หลายคนใช้ได้ แต่แพ้ง่ายมากๆ บางคนที่แพ้ผลิตภัณฑ์ของเราก็มีค่ะ แต่เป็นส่วนน้อยมากๆ ซึ่งลูกค้าที่แพ้ง่ายต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเอาเองนะคะว่าจะลองใช้หรือไม่ เพราะคนที่มีผิวแพ้ง่ายแต่อยากสวยต้องทำใจค่ะ ว่าจะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนที่มีผิวปกติค่ะ

***ปล.ไม่มีครีมยี่ห้อไหนบนโลกที่ไม่มีคนไม่แพ้นะคะแม้แต่ครีมของทารกยังมีผู้ใหญ่แพ้เลยค่ะ***

 7. เลิกใช้แล้วมีผลข้างเคียงอะไรรึเปล่า?

ตอบ ไม่มีค่ะ แค่หน้าไม่เด้งเหมือนตอนใช้เท่านั้นเองเพราะครีมเรามีสารบำรุง ในปริมาณที่สูงมากๆจึงทำให้ผิวสุขภาพดีกว่าที่เป็นแบบเห็นได้ชัดค่ะ

8. พอใช้ครีมหมด 1 ชุด หรือพอใช้จนหน้าดีแล้ว หยุดใช้ได้มั้ยคะ?   หน้าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมรึเปล่า?

ตอบ เอ่อ หยุดได้มั้ยหยุดได้ค่ะ แต่หน้าก็จะค่อยๆคืนสภาพไปเหมือนตอนก่อนบำรุงนะคะ จะไม่ขาวใส เด้ง เหมือนตอนบำรุงแน่นอนค่ะ เพราะตอนบำรุงก็คือผิวได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่นะคะ เอาง่ายๆ เหมือนต้นไม้ค่ะพอไม่รดน้ำก็แห้งเหี่ยวเป็นเรื่องธรรมดาค่ะถ้าใช้ครีมชุดเดียวแล้วหน้าสวยตลอดไปจนตาย ป่านนี้สกินแคร์ทุกยี่ห้อเจ๊งกันทั่วโลกแล้วจ้า

9. “ครีมที่หนูใช้แรงมากเลยพี่พอหยุดใช้ทั้งหน้าดำ ฝ้าขึ้น ทั้งสิวขึ้นด้วย.. แบบนี้จะใช้ครีมพี่ได้มั้ยคะ?”

ตอบครีมที่เลิกใช้แล้วเกิดผลข้างเคียงต่างๆคือครีมที่มีส่วนผสมของสารอันตราย หรือสารที่ อย. ห้ามใช้นั่นเองค่ะ ซึ่งสารต้องห้ามแต่ละตัวพอหยุดใช้จะส่งผลต่างกันค่ะหรือ ถ้าแจ็คพอตไปเจอสารต้องห้ามหลายตัวในครีมเดียว เมื่อหยุดใช้หรือใช้ไปแล้วเป็นระยะเวลานานๆ ผิวเกิดอาการดื้อครีม จะสามารถเกิดได้ทุกอาการดังกล่าวด้านล่างค่ะ

ครีมที่ผสมสารเสตียรอย –เลิกใช้แล้วสิวขึ้น ทั้งสิวผด สิวตุ่มน้ำสิวอักเสบจะขึ้นเต็มหน้าทุกอณู

ครีมที่ผสมสารปรอท –เลิกใช้แล้วหน้าจะบาง แสบ แดงไหม้ ออกแดดแล้วแสบผิว

ครีมที่ผสมสารไฮโดรควิโนน –เลิกใช้แล้วหน้าจะดำฝ้าขึ้น เหมือนคนโดนของ บางรายโดนสารเข้มข้น หรือใช้มานานมากๆ หน้าจะดำจนเบ้าตาขาวไปเลยค่ะ

10. ปัญหาสิว ฝ้า กระ หลุมสิว จะหายมั้ยคะ?

ตอบ

สิว- จะแห้งลงตั้งแต่ 3-4 วันแรกค่ะสามารถแห่ง ฝ่อ และ หลุดได้เอง พยายามอย่าไปแคะ แกะเกา เพื่อจะได้ไม่มีแผลเป็นหรือมีน้อยที่สุดค่ะ

ฝ้า กระ – จางได้ค่ะ 7-10 วันจะเห็นเลยว่าจางลง แต่ต้องควบคู่ไปกับกับการทาครีมกันแดดเป็นประจำและหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ

หลุมสิว – ตื้นขึ้นประมาณ 10-20% ในการใช้เดือนแรกค่ะ เพราะพิษงูทำให้หน้าตึง พอหน้าตึงหลุมสิวจะตื้นขึ้นโดยอัตโนมัติค่ะ และจะค่อยๆ ตื้นขึ้นเรื่อยๆเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องค่ะ

***ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่บุคคล***

11. ใช้แล้วหน้าจะบางมั้ยคะ?

ตอบ ไม่บางค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์ของเราไม่มีสารผลัดผิวไม่เน้นการผลัดเอาเซลล์ผิวชั้นนอกออกเพื่อให้ผิวขาวใสนะคะ แต่จะเน้นการบำรุงอย่างล้ำลึกจากภายในมากกว่าดังนั้นจึงไม่สามารถทำให้ผิวบางหรือแสบแดงได้มีแต่ยิ่งใช้ผิวจะยิ่งแข็งแรงและสุขภาพดีขึ้นค่ะ

12. ครีม Rochu มี อย. รึเปล่า?

ตอบ ครีมของ Rochu มีเลขที่จดแจ้งกับทาง อย. ทุกตัวค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ครีมที่มี อย.หลายๆ ยี่ห้อ ในท้องตลาดไม่สามารถการันตีได้ว่าจะปลอดภัยเสมอไปเนื่องจาก ผู้ผลิตที่มักง่ายมักจะแอบใส่สารอันตรายลงไปในครีมเพื่อให้เห็นผลเร็วแต่ครีมของเรานั้นเน้นในเรื่องของคุณภาพ และความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก ดังนั้นจึงกล้าท้าให้ลูกค้าที่ไม่มั่นใจในสินค้า นำครีมของเราทุกลอต ทุกชนิดชิ้นไหนก็ได้ ไปสุ่มตรวจหาสารอันตรายได้เลย

โดยวิธีการดังนี้:

  1. หาซื้อชุดตรวจหาสารอันตรายต่างๆจากกรมวิทย์ฯ มาสุ่มตรวจเอง สั่งซื้อได้โดยตรงจากเว็บไซต์กรมวิทย์ค่ะ
  2. นำครีมของเราส่งกรมวิยาศาสตร์การแพทย์ให้เค้าตรวจหาสารต้องห้ามทุกชนิดให้เลยค่ะ

13. ทำไมใช้ครีมแล้วสิวขึ้นมากกว่าเดิม(ในบางราย)

ตอบ สบู่ของเรา เป็นสบู่ Detox นะคะ ดังนั้นใครที่เคยใช้ครีมที่มีสารอันตรายมาทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวเมื่อใช้สบู่พิษงูแล้ว จะทำให้เกิดการขับสารเคมีที่ตกค้างอยู่ใต้ผิวออกมาในรูปแบบของสิวอักเสบ (เพราะการขับสารเคมีออกจากผิว ถ้าไม่ออกมาในรูปแบบของสิวก็ไม่รู้จะขับออกมาในรูปแบบไหนนะคะ) แต่สบู่เมื่อขับออกมาแล้วก็จะทำให้สิวนั้นแห้งลงด้วยเช่นกันสบู่พิษงู ไม่ได้ใช้แล้วสิวขึ้นทุกคนนะคะ ถ้าลูกค้าไม่เชื่อว่าสบู่ Detox สารเคมีตกค้างบนใบหน้าจริงๆ สามารถลองของ โดยการนำสบู่ไปให้คนที่มั่นใจว่าหน้าไม่เคยผ่านสารเคมีใดๆมา  ลองใช้ดูได้ค่ะ สิวจะไม่ขึ้นค่ะหรือถ้าเค้าเป็นสิวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น สิวฮอร์โมนสิวมีแต่จะแห้งฝ่อลงๆ ค่ะ

 

ใครใช้ครีม Rochu แล้วไม่เห็นผล.. เรามีคำตอบ

ใครใช้ครีมพิษงู Rochu แล้วแพ้.. ผื่นขึ้น แดงคัน หรือ!!! สิวขึ้นปะทุ ปุดๆๆๆ สิวขึ้นมาเรื่อยๆ ขึ้นแบบไม่มีท่าทีว่าจะหยุดขึ้นเลย หรือ หน้าดำ.. แสบแดง ต้องอ่าน!

1. ใครมีอาการ ผื่นขึ้น แดงคันเป็นปื้นๆ หรือ สิวขึ้น..

ตอบ เป็นไปได้ว่าคุณอาจแพ้ครีมของเราค่ะ ซึ่งถามว่าแพ้อะไรในครีมนั้นเป็นไปได้หลายๆ ปัจจัยค่ะ เช่น อาจแพ้น้ำหอม สารสกัด หรือสารประกอบอื่นๆ ในครีมค่ะ

2. เมื่อแพ้แล้วทำอย่างไร?

ตอบ ให้หยุดครีมบำรุงของเราทันทีค่ะ และไปซื้อยาชื่อ Elomet ตามร้านขายยามาทา ซึ่งยาตัวนี้จะเป็นยารักษาอาการแพ้ ซึ่งเป็นเสตียรอยด์อ่อนๆ ให้ใช้ทาวันละ  2 ครั้ง เช้า-เย็น เพียง 2-3 วัน ผื่นที่มีบนใบหน้าก็จะมลายหายไปจนหมดแล้วล่ะค่ะ (แต่ถ้ายังไม่หาย สามารถทาต่อเนื่องไปได้อีก แต่อย่าใช้เกิน 7 วันนะคะ) และเมื่อผื่นหายแล้ว ให้หยุดยาทันที! แล้วพักหน้าอีก 2 วัน โดยที่ไม่ต้องทาครีมบำรุงอะไรเลย หรือถ้าหน้าแห้งให้ใช้เจลว่านหางจรเข้ได้ค่ะ (แต่งหน้าได้ แต่ควรล้างหน้าให้สะอาด โดยใช้ Make up remover ล้างหน้า ก่อนการล้างหน้าด้วยสบู่หรือโฟมค่ะ และหลังจาก 2 วันที่พักหน้าแล้ว จึงเริ่มใช้ครีมบำรุงผิวที่เคยใช้อยู่ได้ตามปกติค่ะ

***ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่บุคคล***

3. หรือ ใครมีอาการแบบนี้ แสดงว่าหน้าคุณติดสารต้องห้ามในครีมค่ะ

3.1 หยุดใช้ครีมบางยี่ห้อแล้วเมื่อมาใช้ครีมของเรา สิวต่างๆ ก็ปะทุขึ้นมาแบบกระหน่ำ ทั้งสิวผด สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวไม่มีหัว เหมือนมีอะไรฝังอยู่ข้างในผิว สิวตุ่มน้ำ ซึ่งขึ้นเยอะมากๆ ขึ้นแม้กระทั่งบริเวณกรอบใบหน้า หรือบริเวณไรผม – อาการแบบนี้แสดงว่าหน้าคุณติดสารเสตียรอยด์ หรือเคยใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสารเสตียรอยด์มาค่ะ

3.2 หยุดใช้ครีมบางยี่ห้อแล้ว เมื่อมาใช้ครีมเรา หน้ากลับดำปิ๊ดปี๋  ฝ้าขึ้น หน้าดำทั้งหน้า ดำสุดๆ จนเบ้าตาขาวไปเลย อาการแบบนี้แสดงว่าหน้าคุณติดสารไฮโดรควิโนน ในครีมหน้าขาวหรือครีมรักษาฝ้ามาค่ะ

3.3 ในระหว่าใช้ หรือ หยุดใช้ครีมบางยี่ห้อแล้วหน้าบาง ลอก แสบแดง - อาการแบบนี้แสดงว่าหน้าเคยผ่านสารปรอทในครีมมาค่ะ

นี่คือเหตุผลที่ทำไมว่า ทำไมคุณถึงใช้ Rochu ครีมพิษงูแล้วไม่เห็นผล อีกทั้งหน้ายังดำ ฝ้าไม่จาง มีแต่จะเข้มขึ้นๆ  สิวยังขึ้นไม่หยุด และหน้าแสบแดง ปัญหาผิวที่มีแทนที่จะลดลงๆๆๆ กลับเพิ่มมากขึ้นๆๆๆๆ จนน่าตกใจจนช๊อค!

นั่นก็เพราะหน้าคุณติดสารอันตรายมานั่นเองค่ะ!

เพราะหลักการของผิวที่ติดสารอันตรายก็คือ ผิวหน้าจะต้องได้รับสารต้องห้ามที่คุณติดนั้นๆ เพื่อกดผิวหน้าเอาไว้ตลอด เพราะเมื่อหยุดใช้เมื่อไหร่  Effect ของสารที่คุณติดนั้นก็จะปะทุออกมาแบบ ปุดๆๆๆๆ และเพิ่มขึ้นๆๆ มากขึ้นๆๆๆ เรื่อยๆ นั่นเองค่ะ

4. แล้วเมื่อรู้ตัวว่าหน้าติดสารแล้ว จะเลิกได้มั้ย?

ตอบ ได้ค่ะ มี 2 วิธีในการเลิกนะคะ

  1. หักดิบ (วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ทำใจใช้ครีมต่อไปไม่ได้ เมื่อรู้ว่าครีมที่ตัวเองใช้อยู่มีสารต้องห้ามค่ะ)
  2. เลิกแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่าหักดิบไปเลย เพราะเสี่ยงหน้าเละ หน้าพังค่ะ

วิธีการเลิก หรือถอนสารเคมีใต้ผิว มีดังนี้ค่ะ”

วิธีถอนสารเคมีใต้ผิวหน้า จากครีมสเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน และปรอท 

ควรทำอย่างถูกวิธีค่ะ ไม่ควรเลิกแบบหักดิบนะคะ

  1. ค่อยๆ หยุดใช้ครีมเคมี จากที่เคยใช้ทุกวัน ให้ลดลงเป็นวันเว้นวัน(สลับใช้กับครีม Rochu) ใน 1 – 2 อาทิตย์แรก

แล้วก็วันเว้นสองวัน และ วันเว้นสามวัน  ในอีก 1 – 2 อาทิตย์ต่อมา แบบค่อยๆ ห่างไปเรื่อยๆ

จนสามารถเลิกขาดจากสารต้องห้ามได้ในที่สุด ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาเป็นเดือนๆ หรือเป็นปี

กันเลยทีเดียว

… มาถึงจุดนี้ อาการที่เป็นจะค่อยๆ ดีขึ้นๆๆๆๆ จนน้อยลงๆๆๆ และกลับมาเป็นผิวปกติในที่สุดค่ะ (แต่ใช้เวลาค่อนข้างนาน ถึงนานมาก เอาเป็นว่ามีตั้งแต่หลักหลายเดือน จนถึงปีเลยดีกว่า และผิวหน้าเมื่อหายติดสารแล้ว อาจจะยังไม่ได้สวยใสหรือสุขภาพดีเท่าที่ควรนะคะ อาจจะหมองๆ โทรมๆ อยู่บ้าง ตรงนี้ก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูผิวให้กลับมาสดใสหรือเปล่งปลั่งดังเดิมด้วยค่ะ แต่อาการสิวขึ้น หรือหน้าดำปิ๊ดปี๊ ตรงนี้จะทุเลาลงแล้วค่ะ)

*หมายเหตุ*

ช่วงที่มีผิวหน้าแย่ๆ ที่เป็นผลมาจากสารเคมีสะสมนั้น ต้องทำใจนะคะ เพราะเมื่อเลิกใช้ครีมเคมีผิวจะขับสารพิษออกมาตามกลไกของผิวตามธรรมชาติธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ กัน ขึ้นอยู่กับว่าผิวหน้าคุณติดสารชนิดไหน ดังที่กล่าวไว้ในตอนแรกค่ะ เช่น ผื่นแดง หน้าดำ สิวอุดตัน สิวหนอง ผิวผด ผิวหน้าแสบแดง

– กรณีเป็นฝ้า หน้าหมองคล้ำ

ให้ใช้เซตบำรุงพิษงู ได้ทั้งเซต  (ไม่ต้องสลับใช้กับครีมเคมี)

– กรณีเป็นฝ้า หน้าหมองคล้ำ และ ผิวหน้าแสบแดง

ให้ใช้เซตบำรุงพิษงู ได้ทั้งเซต ยกเว้นสบู่ค่ะ และเมื่อหน้าหายแสบแดงแล้ว จึงสามารถใช้สบู่ได้ค่ะ

– กรณีเป็นสิว สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด สิวหัวหนอง

ให้ใช้เซตรักษาสิวพิษงูขั้วโลก ใช้ทาสลับกับครีมเคมีที่ใช้ก่อนหน้านี้ ทาสลับกันไปวันเว้นวัน นาน 2 สัปดาห์

  1. ทาครีม Rochu 2 วัน สลับครีมเคมี 1 วัน   อีก 2 สัปดาห์
  2. ทาครีม Rochu 3 วัน สลับครีมเคมี 1 วัน   อีก 2 สัปดาห์
  1. ลองหยุดครีมเคมี ถ้าอาการ เห่อมีไม่มากก็ถือว่าถอนสารเคมีออกจากผิวหน้า เป็นอันเสร็จสิ้นค่ะ

**หมายเหตุ**

ช่วงฟื้นฟูผิวหน้าจากสารต้องห้าม ต้องหมั่นทาครีมกันแดดทุกวันนะคะ ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF

ที่ไม่สูงมาก เช่น SPF 30-40 ก็เพียงพอแล้วค่ะ

และเมื่อทาครีมกันแดดแล้วก็อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดด้วย Makeup remover ก่อนการล้างหน้า

ด้วยสบู่หรือโฟมด้วย ไม่เช่นนั้น อาจเกิดสิวอุดตันได้ค่ะ

ปล. แต่ระหว่างนี้ ผิวอาจจะมีผื่นขึ้น หรือบางช่วงก็คล้ำๆ ดำๆ  ขึ้นมาบ้าง โดยไม่มีสาเหตุ นานๆครั้ง

เพราะพิษของสารเคมียังคงตกค้าง ยังคงมีอยู่ใต้ผิวค่ะ ไม่ต้องตกใจนะคะ อาการเหล่านี้

จะหายไปได้เอง แต่ต้องใช้ระยะเวลาค่ะ